P l @ y g i r l...'s profile✿.。.*εїз นู๋แอม °◕‿◕。 P ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
December 04 หนุกหนาน***วะฮะฮ่า!!!
ช่วงนี้กะลังหนุกหนานกับเล่นไฮ 5
เล่นมะค่อยได้อัพสเปซเลย
เบื่อสเปซมากมาย ชอบมีปัญหา
บางครั้งก้อเข้ามะได้
ยังไงเพื่อนๆก้อเข้าไปทักทายกันได้ในไฮ 5 นะคะ
November 21 ***40 เรื่องรักที่ควรรู้ ***1. อารมณ์หึงเกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิง แต่อารมณ์หึงของผู้หญิงจะซับซ้อนและน่ากลัวกว่าผู้ชาย
2. ถึงจะไว้ใจเพื่อนแค่ไหน ก็อย่าให้เพื่อนกับแฟนของเราสนิทกันเกินไปเพราะหายนะอาจตามมา 3. คนที่มีแฟนขี้หึงขั้นรุนแรงมีเพียง0.000001เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ชอบ นอกนั้นรู้สึกว่าอึดอัด ผู้ชายทั้งหลายควรจะดีใจที่มีแฟนขี้หึงซะ 4. ไม่เคยมีคู่ไหนไม่ต้องใช้ความอดทนในการรัก เพียงแต่จะเป็นการอดทนในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง 5. คนที่มีกิ๊กนอกเหนือจากแฟนตัวจริง คือคนที่ไม่ศรัทธาในความรัก 6. อย่ากลัวการอกหัก เพราะไม่เคยมีใครตายจากโรคอกหัก มีแต่ความอ่อนแอเท่านั้นที่ทำให้ฆ่าตัวตาย 7. ความรักมักไม่เกิดตอนที่เฝ้ารอ แต่เมื่อปล่อยตัวตามสบาย ความรักมักจะมาทำเซอร์ไพรส์ให้หัวใจ 8. ผู้ชายร้อยละ 90 ชอบผู้หญิงสวย น่ารัก แต่ผู้ชายร้อยละ 100 อยากอยู่กับผู้หญิงฉลาดและเฉลียว 9. ถ้าเรารู้สึกอายเวลาเดินเคียงข้างแฟนที่ขี้เหร่ นั่นหมายความว่าเราไม่ได้รักเค้าจริง 10. อย่าบ่นให้ใครฟังว่าแฟนไม่เคยทำตัวดีขึ้นเลย เพราะจะโดนย้อนว่า " แล้วจะโง่ทนคบอยู่ทำไม" 11. ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนที่ขี้หึงขั้นรุนแรง อย่าได้เลือกคบผู้ชายที่หน้าตาและมนุษยสัมพันธ์ดีเด็ดขาด 12. การที่ผู้ชายมองผู้หญิงสวย เซ็กซี่ จนเหลียวหลัง ไม่ได้หมายความว่าเข้าต้องการแฟนที่เป็นแบบนั้น 13. ผู้ชายที่ไว้ใจได้ว่าไม่นอกใจแฟนหรือภรรยามีเพียงแต่ผู้ชายที่อยู่ในโลงเท่านั้น ควรจำให้ขึ้นใจ 14. พยายามทำตัวให้ดีและมีคุณค่ามากกว่าผู้หญิงที่แย่งแฟนเราไป แล้วซักวันแฟนเราจะกลับมาเอง 15. อย่าคบกับผู้ชายที่เอาเรื่องแฟนเก่ามาพูดเสียๆหายๆ เพราะเราอาจจะเป็นรายต่อไป 16. ผู้ชายที่รักสัตว์ รักเสียงเพลง รักครอบครัว น่าคบมากกว่าผู้ชายที่รักตัวเองซะอีก 17. อายุที่มากขึ้นอาจทำให้ต้องลดเสปกชายในฝันลง แต่ข้อที่ไม่ควรลดเด็ดขาดคือความดีและความจริงใจ 18. ผู้ชายที่เกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน ดูน่ารังเกียจกว่าผู้หญิงที่ชอบปอกลอกผู้ชายหลายเท่า 19. มนุษย์ผู้ชายมีน้อยกว่ามนุษย์ผู้หญิง ผู้ชายที่ดีและเป็นโสดก็มีน้อยกว่าผู้ชายที่เลวและมีเจ้าของด้วย 20. อย่ารักผู้ชายที่ทั้งขี้เหร่ ขี้เกียจ และขี้เมา เพราะเราจะต้องรู้สึกตกนรกไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน 21. คู่รักที่เดินกอดจูบกันต่อหน้าชุมชน มีแต่ฝ่ายหญิงเท่านั้นที่จะถูกประณามและดูถูกอย่างรุนแรง 22. เซ็กซ์ไม่สามารถผูกมัดให้คู่รักอยู่ด้วยกันไปตลอด ความผูกพันต่างหากที่จะดึงรั้งกันไว้ได้ 23. อายุไม่ใช่อุปสรรคของความรัก ถ้าความคิดหัวใจตรงกัน ความมั่นคงก็เกิดขึ้นได้ 24. ในชีวิตจริงของความรัก เราอาจไม่ใช่นางเอกที่แสนดี บางทีต้องมีการใช้ไหวพริบในการแย่งชิงบ้าง 25. คนสวยหรือคนหล่อสามรถอกหักได้เหมือนกัน ถ้าทำตัวไม่ดีหรือมีเวลาให้กับความรักไม่พอ 26. ถึงจะได้ยินว่ามีรักที่ไหนมีทุกที่นั่น แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเลือกที่จะมีความรักมากกว่าจะอยู่เป็นโสด 27. เรื่องที่แฟนไม่ยอมเล่าให้ฟังตั้งแต่แรกมักเป็นเรื่องที่เรารู้เมื่อไหร่ก็ต้องควันออกหูอยู่ดี 28. ถ้าชื่นชมในตัวแฟน100เปอร์เซ็นต์ ควรบอกเค้าแค่70เปอร์เซ็นต์ ไม่อย่างนั้นเข้าจะหลงตัวเอง 29. ถึงผู้ชายจะบอกว่าไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้า แต่ผู้ชายก็ไม่ชอบคนที่หน้ามันหรือซีดตลอด 30. ผู้ชายชอบติรูปร่างของแฟนหรือคนโน้นคนนี้ โดยลืมดูรูปร่างตัวเองว่าแย่ขนาดไหน 31. คนต่างชาติต่างภาษาสามารถรักกันได้ เพราะภาษาหัวใจเป็นภาษาสากลที่ไม่ต้องการคำแปล 32. ผู้ชายต้องใช้สมองและทักษะมากขึ้นในช่วงที่มีความรัก เพราะผู้หญิงมักปากไม่ตรงกับใจ 33. ผู้ชายชอบเป็นฝ่ายไล่ล่า มากกว่าจะเป็นฝ่ายถูกล่า ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่จะพยายามหนีเมื่อถูกตามตื้อ 34. ผู้หญิงอาจไม่ได้เรียกร้องอะไรมากขึ้น แต่เป็นเพราะผู้ชายไม่สามารถทำดีได้เสมอต้นเสมอปลาย 35. รักแรกพบสามารถเกิดได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเกิดจากการใกล้ชิด และการเรียนรู้กันอย่างลึกซึ้ง 36. คนที่เรารักกับคนที่รักเราอาจไม่ใช่คนเดียวกัน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนเราบังคับหัวใจกันไม่ได้จริงๆ 37. ทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเมื่อได้มีความรัก และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอีกหลังจากอกหัก 38. มือที่สามสามารถเดินเข้ามาในชีวิตเราได้ตลอดเวลา ในความไว้ใจจึงควรมีความระวังอยู่ด้วย 39. อย่ารีบมีแฟนหลังจากอกหัก เพราะเราจะแยกแยะไม่ออกว่านั่นเป็นรักหรือการฆ่าเวลา 40. คนที่รักกันไม่จำเป็นต้องเดินจับมือหรือคุยกันตลอดทางแค่รู้สึกว่ามีกันและกันก็เพียงพอ November 14 ** Wai Jai **
November 13 ^^~~~ อยู่อย่างเหงา เหงา ~~~^^ ![]() รู้สึกบ้างไหม ทำไมเดี๋ยวนี้ เราไม่ค่อยยอมกัน
ไม่ค่อยแคร์กันเท่าไร
รู้สึกบ้างไหมทำไมเดี๋ยวนี้ เดินไม่ค่อยจูงมือ
ไม่เชื่อถือในคำพูดกัน
![]() เหมือนรักเรากำลังอิ่มตัวแล้ว
ฉันว่าเราควรอย่าพบกันพักหนึ่ง
![]() อยู่อย่างเหงา เหงา เราคงจะได้รู้ ขาดกันไปจะทนได้ไหม หากไม่มีกันอยู่
อยู่อย่างเหงา เหงา บางทีจะได้รู้ หากมีใครบางคนเข้ามา จะได้ลองคิดดู
ว่าในเราต้องการเขาไหม หรือว่าใจยังคงโหยหา
อยากกลับมาเพื่อรักกันเหมือนเดิม
![]() แค่ห่างกันดูให้เธอรู้ไว้ มันไม่ใช่เลิกกัน
แค่ให้ถอยไปปรับตัว
ถ้าหากยังมัวมาเจอซ้ำ ซ้ำ ทำทุกวันเหมือนเดิม
ยิ่งซ้ำเติมในรอยหมางกัน ~~~
![]() ![]() November 06 **สุดท้าย**"สุดท้่ายเราก็เป็นได้แ่ค่เพื่อนกัน" คำคำนี้มึงเป็นคนพูดเองนะ ปากก็บอกกูว่าอย่าหักหลังกันนะ แล้วเป็นไง สุดท้ายมึงก็มาหักหลังกู แล้วงี้มึงพูดมาทำเหี้ยยยยยยยยยยยยยไร มึงจะหักอกกูกูไม่ว่า แต่มึงมาหักหลังกูกูจี๊ด มึงรู้มั๊ยยยยยยย ถึงกูจะควายยอมให้พวกมึงหลอกมาตลอด แต่ควายอย่างกูก็รู้ว่าอะไรเ็ป็นอะไร กูอ่านภาษาไทยออก สิ่งที่กูมองเห็นกูก็รู้ กูมีสมองกูคิดได้ ไม่จำเป็นต้องมาพูดไร ...... เออ . . . ไอ้เรื่องผิดหวัง มันธรรมดา เมื่อรักก็มา ไม่รักก็ไป ใครๆ ก็รู้ เออ . . . ฉันไม่ค่อยชอบเป็นคนถูกหลอก ต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ไป ไปหาคนอื่น ฉันรับไม่ได้ ถ้าต้องรู้เป็นคนสุดท้่าย --**--**--**--**--**--**--**--**--**--** ^_^ September 10 รักทางไกล . . . ทำอย่างไรให้ไปรอด จะช่วยลดอาการฟุ้งซ่านและความคิดถึงได้เป็นอย่างดี แถมยังได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากกว่ามานั่งปล่อยลมหายใจแห่งความคิดถึงให้ฟุ้งไปวันๆ ระหว่างที่ยุ่งวุ่นวายกับการจัดการชีวิตของตัวเอง ก็ขีดปฏิทินนับวันเวลาที่จะได้เจอคนรักไปด้วย นอกจากนั้นก็อาจจะหาอะไรทำเพื่อจะทำให้คิดถึงคนรัก หรือเพราะได้เขาหรือเธอคนนั้นเป็นแรงบันดาลใจ เป็นการคิดถึงอย่างมีเป้าหมาย การรอคอยก็จะไม่เปล่าเปลี่ยวอีกต่อไป
ในการที่จะคุยกับคนใหม่ หรือเปิดรับใครเข้ามา ไม่ใช่ข้อห้ามเพราะบางทีการห่างไกลกัน แล้วยังมัวเห็นแก่ตัวเอง ไม่ให้ใครผ่านเข้ามาในชีวิตของอีกฝ่ายเลย นอกจากอึดอัดแล้ว ก็อาจดีแตกได้ง่ายมาก เพราะความห่างไกลหาใช่ความสัมพันธ์นั้นจะเปราะบางลง หากแต่คือบทพิสูจน์ข้อหนึ่ง ดังนั้นการตั้งกฏขึ้นมา จึงถือเป็นการทดสอบการเคารพและการซื่อสัตย์ต่อทั้งตัวเองและต่อคนรัก และเป็นการเปิดโอกาสให้กันอย่างแฟร์ๆ ทั้งสองฝ่าย ลองตั้งกฎที่เปิดโอกาสให้ขนาดนี้แล้วยังผิดกฎ กติกา มารยาทแล้ว ก็คงต้องปล่อยให้ระยะทางและความไม่มั่นคงทางจิตใจ ชนะความรักครั้งนี้ไปเถอะ
ก็ขนาดใกล้กันแล้วทะเลาะขัดใจกันยังอันตรายอยู่ นับประสาอะไรกับการอยู่ห่างไกลกันขนาดนี้ เห็นทีต้องรีบเคลี่ยร์ให้ไวที่สุด อย่าปล่อยให้ค้างเนิ่นนาน เพราะยิ่งไกลหูไกลตากันอยู่แล้วจะมีอะไรผ่านเข้ามาที่จิตใจต่างก็ว้าวุ่นกันอยู่ก็ไม่รู้
ห่างแต่ตัว . . . หัวใจใกล้ รับรู้เรื่องราวของกันและกันผ่านช่องทางการสื่อสารที่มีอยู่มากมายประดามีเสมือนอยู่ด้วยกันตลอดเวลาแถมเวลาหงุดหงิด เพราะต้องการเวลาส่วนตัวก็ยังมีอีกต่างหาก แม้คุณจะต้องเดินอยู่คนเดียว แต่ก็รับรู้ไว้อยู่กับตัวและหัวใจไว้ได้เลยว่า คุณไม่โดดเดี่ยว เพราะคนรักคุณอยู่ในใจและใกล้ชิดกันตลอดเวลา ไม่แพ้ใครบอกเล่าเรื่องราว สิ่งที่พบเจอในแต่ละวันด้วยกัน ไม่ว่าจะฟ้าร้อง ลมแรง แดดเปรี้ยง ฝนตก หรือว่าหนาวจับใจ จะหิว หรือจะอิ่ม อ้วนขึ้น ผอมลง บอกเล่ากับเขาหรือเธอ ให้ต่างคนต่างได้จินตนาการถึงกันและกัน
จริงอยู่ที่ทุกครั้งที่เกิดเรื่องบาดหมางหัวใจเมื่อไหร่ เป็นต้องรีบเคลียร์ในทันใด แต่ก็ใช่ว่าจะยึดถือทุกเรื่องทุกสิ่งเป็นประเด็นสำคัญไปเสียหมด ไม่เช่นนั้นรักจะยิ่งขม ด้วยสาเหตุจากทั้งระยะืทางบวกกับทัศนคติ ปล่อยวาง ทำใจ และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น มองอะไรให้เป็นเรื่องขำๆ เพราะอะไรก็เรื่องขำทั้งนั้นเมื่อมองย้อนกลับมา หากแต่อารมณ์ ณ ขณะนั้นมันนำพาให้คุณเดือดดาลไปก่อนแล้ว โกรธข้องหมองใจอยู่คนเดียว เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ คนไกลเค้าไม่รู้หรอก ถึงตัวเค้าหรือเธอจะไม่อยู่ใกล้ๆ แต่ความสัมพันธ์และสายใยต่างๆ ที่เขามีกับครอบครัวหรือเพื่อนๆ ก็ยังคงต้องสานต่อโดยคนรักที่เป็นตัวแทนเขาได้ ทำให้หายคิดถึงแถมมิตรภาพและสายสัมพันธ์ยังอบอวลด้วย และในวันที่เขาหรือเธอกลับมา คนรู้ใจของชีวิตทุกๆคน ก็ยังอยู่เหมือนเดิม ไม่เสื่อมสลายและห่างหายไปไหนเลย เชื่อมั่นในตัวเองและในความรัก แม้จะได้ยินมาหลายปากว่า "รักแท้แพ้ระยะทาง" เสมอ โอ้!!! ฟังอย่างนี้เห็นทีใจฝ่อตั้งแต่ยังไม่ถ่อเดินทาง ให้คิดว่าล้านคนล้านคู่ก็ล้านรายละเอียด ใช่ว่าทุกความรักที่มีระยะทางมากั้นขวางไว้จะจบลงแบบแซดเศร้าเสมอไป คุณจะต้องดึงพลังความเชื่อมั่นออกมาบริหารจัดการความรักระยะทางไกลแบบฉบับของคุณเอง พอใจในวิถีชีวิตของคุณโดยที่อย่าไปเอาบรรทัดฐานที่คุณตั้งขึ้นเองมาวัดตัดสินความรักของคุณ ให้ความคิดถึงได้ทำงาน และเป็นแรงผลักดันให้ความมั่นคง และเชื่อใจของกันและกันได้ไหลลื่น เพิ่มรสชาติของความรักให้กลมกล่อม มีคิดถึง มีตื่นเต้น มีห่วงหา เพราะบางทีบางครั้งความรักที่ห่างไกล ก็อาจเพิ่มประสิทธิภาพของความรักได้ลงตัวกว่าความใกล้ชิด ใช้ "ที่ว่าง" ระหว่างกันได้เป็นประโยชน์ แล้วรักแท้ก็จะเอาชนะระยะทางได้เอง August 27 ☜ 5 เรื่อง "ลับ" ที่ไม่ควรบอกคนที่ "รัก"☞
✿ เรื่องแรก . . . คุณไม่น่ารักหรือเร้าใจเหมือนเมื่อก่อนเลย ไม่ได้หมายความว่า คุณรักกันน้อยลง มันอาจจะเท่าเดิม แต่ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ช่วงเวลาแห่งความหอมหวานมันหมดลงไป ค่อนไปทางเฉยๆจากที่เคยมีเสน่ห์ น่ารัก คิกขุ และเชิญชวน อารมณ์เพริดแพร้วเช่นนั้นกลับหายไป จากที่เคยใส่ชุดนี้แล้วเซ็กซื่ หรือหล่อเทห์ เซอร์มากเหลือเกินในสายตาคุณ แต่ตอนนี้มันกลับจืดและเฉยๆ มันก็เหมือนกับความรู้สึกว่าคุณไปนวด แล้วมันไม่รู้สึกซาบซ่านเหมือนครั้งแรกๆ ที่คุณเคยนวดนั่นเอง
✿ ฉัน / ผมมีกิ๊กล่ะ หากเกิดเรื่องเช่นนี้จริงๆ แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยบอกกันอยู่แล้ว และต่อให้คุณรู้สึกผิดกับคนรักของคุณเรื่องความซื่อตรง ก็ไม่ควรจะบอกเขาหรือเธออยู่ดี ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น และถึงแม้มันจะจบไปแล้วหรือไม่มีวันจะเป็นไปได้ เป็นแค่เรื่องขำๆก็ตามที หรือบางทีคุณเองก็ไม่ได้ถือสาอะไรด้วยซ้ำ เพราะหากคนรักคุณได้ฟังเรื่องนี้ที่คุณบอกเล่าด้วยความสัตย์ซื่อแล้ว เขาหรือเธอจะไม่มีวันสลัดความคิดนี้ออกไปได้ด้วยดี . . . มีต่ออีกยาวแน่นอนนอนรอได้เลย
✿ ฉัน / ผมรับเพื่อนคุณไม่ได้ เป็นเรื่องรับไม่ได้เลยอย่างรุนแรง ในทางกลับกัน หากคุณได้ยินคำนี้เอง คุณจะรู้สึกอย่างไร แม้ว่าเพื่อนของคนรักของคุณจะแย่แสนแย่ขนาดไหน ถึงขนาดที่คุณคิดในใจว่าสองคนนี้คบกันได้ยังไงเนี่ยไม่ว่าเพื่อนของคนรักคุณจะเป็นยังไง จงรู้บทบาทและตำแหน่งของตัวคุณเอง ว่าคุณไม่ใช่เพื่อนแต่มากกว่านั้น และคนละหน้าที่ เพื่อนคือเพื่อน และแฟนคุณก็ไม่จำเป็นต้องเลือก ระหว่างเพื่อนนั้นอาจมีความหลังด้วยกันมากกว่าคุณด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเก็บข้อนี้ไว้กับตัวคุณเอง การทำลายเพื่อนของเขาก็เหมือนเป็นการเริ่มต้นทำลายความสัมพันธ์ของคู่คุณเองด้วย คนรักของคุณมีวิจารณญาณพอว่าจะเลือกคบใคร [[ เคยมีผลสำรวจบอกว่า ผู้ชายร้อยละ 83 และผู้หญิงร้อยละ 62 เลือกที่จะเลิกกับแฟน หากคนรักเข้ากับเพื่อนตัวเองไม่ได้]]
✿ ฉัน / ผมยังคิดถึงคนรักเก่าอยู่ ในห้วงขณะที่คุณใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันมีความรักครั้งใหม่และไปกันได้ด้วยดี สมบูรณ์แบบ คุณและคนรักคนนี้มีความสุข มีอนาคต มีความฝันและเดินบนหนทางเดียวกันอยู่ แล้วจู่ๆอดีตก็หวนกลับมาในห้วงคำนึง หรือบางทีก็กลับมาตัวเป็นๆเลยนี่ล่ะ และถึงแม้จะเป็นแค่ความ "นึกถึง" ไปตามประสาไม่ได้ห่วงหา หรือนึกอะไรไปลึกซึ้งมากกว่านี้ก็ตามทีจงเก็บมันไว้ เพราะเมื่อไหร่ที่มันหลุดออกมา แม้จะไม่มีเจตนาใดๆ แต่ว่าความไม่ไว้ใจระหว่างกันจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งขีด ด้วยเหตุที่ไม่สมควร ✿ ฉัน / ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ ไม่ควรพูดอย่างไรมีหลายประการที่คุณไม่สมควรจะพูดมันออกมา หนึ่งคือมันไม่จริง !!!!! คุณอยู่ได้แน่ถ้าไม่มีเขาหรือเธอ ข้อที่สอง หัวใจสำคัญของการคบกันให้ได้ยืนยาวก็คือ คุณต้องแน่ใจให้ได้ว่า คุณจะต้องมีชีวิตของตัวเองให้ได้ ไม่ใช่ติดแหง็กกันจนไม่เป็นตัวของตัวเองในที่สุด มีอะไรมากมายที่คุณควรพูดอย่างเช่น "ฉันรักคุณ", "ฉันมีความสุขที่ได้อยู่กับคุณ", และฉันก็ต้องการคุณ แต่อย่าเอ่ยประโยคที่ว่า คุณอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา หรือ คุณอยากให้เขารู้สึกว่าคุณ "ติดกับ" อยู่กับเขาหรือเธอเข้าแล้วจนดิ้นไม่หลุดล่ะ ชนิดที่ว่าจะบีบก็ตายจะคลายก็ไม่รอดซะแล้วววว
August 17 +++ 10 วิธีดูใจก่อนเป็นแฟน +++1. ความฝันและความปรารถนาของว่าที่แฟนเป็นอย่างไร แล้วที่เจอแล้วน่ะนิสัยตรงสเปกไหม?
ถ้าชายใดอยากได้แฟนเป็นแม่บ้านแม่เรือน และเป็นฝ่ายรับเหมางานบ้านไปรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว หนุ่มๆก็ควรสังเกตเอาก็ได้ ว่าสาวที่เขาคบหาอยู่ เธอชอบงานบริการสมาชิกในครอบครัวเป็นชีวิตจิตใจรึเปล่า ไม่ใช่รักที่จะเป็นเวิร์กกิ้ง วูแมน ตลอดเวลา ก็คงอุทิศชีวิตให้กับอาชีพการงานมากกว่าตรงข้าม หากคุณเป็นหญิงที่ปรารถนาคู่ครองเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง แต่ไอ้ที่มีอยู่ดูแล้วไม่ค่อยอยากรับผิดชอบอะไร เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรับผิดชอบไม่ได้ เช่น เสื้อผ้าใส่แล้วก็ทิ้งกองไว้เป็นเดือน หรือจานชาม กินแล้วก็ทิ้งไว้จนแมลงสาบแทะล่ะก็ จะยอมเสี่ยงเลือกคนนี้ เป็นแฟนไหมล่ะ 2. ให้ความสำคัญกับวันสำคัญของเราไหม? เช่น ครบรอบวันที่สารภาพรักครั้งแรก, วันคล้ายวันเกิด, จูบครั้งแรก หรือวันออกเดทแรก เหล่านี้ถือเป็นวันสำคัญยิ่งสำหรับผู้หญิง และเธอก็คาดหวังว่าแฟนก็ควรจำได้ด้วย แม้จำได้ไม่หมดแต่จำได้ บ้างก็ยังดี เพราะงี้ถ้าคุณเป็นฝ่าย "ไม่เอาไหน" ในเรื่องความจำ แต่ดันไปรักไปชอบกับคนจำแม่น จำเก่งล่ะก็ ถ้ายังไปกันรอดก็เชื่อเค้าเลย แต่ถ้ารีบปรับตัวก็ยังพอทำเนา 3. สุขภาพเป็นอย่างไร? คนที่คุณชอบพออยู่นั้น มีปัญหาสุขภาพด้านใดอยู่หรือเปล่า? เช่น เป็นมะเร็ง, เป็นลูคิเมีย หรือเป็น เอดส์ไหม ถ้ารู้ล่วงหน้าจะได้หาทางช่วยเหลือได้ทัน แต่หากเป็นเอดส์นี่ก็น่าคิดนะว่ายังควรจะเอามาทำแฟนอีกเหรอ อย่าว่าแต่เอดส์เลย ที่ควรระวัง เพราะแม้แต่โรคซิฟิลิส หรือโรคทางเพศสัมพันธ์ก็ควรถอนตัวไปซะเถอะ แต่ถ้าไม่สบายอย่างอื่น เช่น เจ็บคอเป็นหวัดอะไรเงียะ ควรประคบประหงมดูแลต่อไป คนเราลองจะเป็นคู่ทุกข์คู่ยากของกันและกันก็ควรเอาใจใส่หน่อยเด้ 4. ประวัติครอบครัวเป็นไงบ้าง? คนที่คุณชอบพอนั้น เค้ามีความรักความผูกพันหรือขัดแย้งกับใครเป็นพิเศษ ในครอบครัวหรือเปล่า? สมาชิกในครอบครัวของเค้าลงรอย กันไหม? ถ้าไปเจอคนที่สมาชิกในครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกันดี ก็น่าจะส่อเค้าที่ดีว่า เค้าน่าจะเป็นคนรักครอบ-ครัว และให้ความสำคัญของครอบครัวนะ ว่าแต่ต้องตรองดูเหมือนกันนะว่า ครอบครัวไหนที่เค้ารักมากกว่ากัน เอ๊ะ จะเป็นครอบครัวเดิม หรือครอบครัวใหม่ที่คุณทั้งคู่กำลังจะเริ่มต้นด้วยกัน...ฮ้ะ 5. ความเลื่อมใสและศรัทธา พอจะไปกันได้ไหม? เชื่อไหมว่า แม้คนที่มีความแตกต่างกันสุดขั้ว แต่ถ้าเปิดใจกว้างและมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน คู่รักคู่นั้น ก็สามารถครองรักกันได้ตลอดรอดฝั่งแน่นอน เหตุนี้ ถ้ายังมีอะไรที่เข้าใจไม่ตรงกัน ก็ควรคุยกันก่อนจะได้ไม่เสียใจทีหลัง 6. ชอบและไม่ชอบอะไรบ้าง? สถานที่ท่องเที่ยวแบบไหนที่คนที่คุณแอบรักชอบบ้างน้า? จะได้ดอดไปเที่ยวกันสองต่อสองไง หรืออาหารจานเด็ดประเภทใดที่เราชอบเหมือนๆกัน จะได้ หิ้วกันไปดื่ม ดริงก์ เจี๊ยะจ๊าบกันให้อร่อยเหาะสักที ถ้าชอบอะไรคล้ายกันมันก็ดีไปอย่าง เพราะจะได้ไปไหนมาไหนหรือมีกิจกรรมร่วมกันดีออก แต่ถ้ามีที่ชอบไม่เหมือนกัน ก็อย่าได้ถอดใจตีจากกันไปซะก่อน เพราะบางทีการเรียนรู้ในสิ่งที่ชอบต่างกันอาจส่งผลดีกว่าในแง่ที่จะได้เปิดโลกทัศน์ ใหม่ๆก็ได้นะ 7. งานอดิเรกชอบทำอะไร? เค้าชอบทำอะไรยามว่างบ้างล่ะ ดูหนังฟังเพลง หรือชอบไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะ แล้วช็อปปิ้งไปด้วย หรือนิยมไปออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายที่โรงยิมหรือฟิตเนส บางคนชอบไปเล่นตีแบด หรือหวดลูกสักหลาดก็ขึ้นอยู่กับความถนัด งานอดิเรกเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยบอกให้รู้ได้ว่า คุณกับเค้าจะไปกันได้ไหม? 8. ความต้องการทางร่างกาย เค้ามีแรงขับทางเพศแบบนักรักบันลือโลก หรือแบบขันทีที่ไม่ค่อยอยากร่วมรัก (แต่เอ บางคนอาจมีอารมณ์เยอะ ทว่า ไม่ค่อยได้ออกกายบริหารก็ได้นะ) กันแน่? ซึ่งแรงสิเน่หาอยากร่วมรักนี่แหละเป็นสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาชั่งใจกันให้ถี่ถ้วน เพราะถ้าเค้าเซ็กซ์จัดเหลือเกิน วันๆเอาแต่คิดถึงเรื่องหลีสาว แถมยังสะสมวีซีดีเอ็กซ์ไว้เพียบ ตรงข้าม คุณกลับเฉยๆชาๆกับความต้องการในด้านนี้ ขืนจับคู่กันระวังจะเกิดความ ไม่สมดุลทางเพศได้นะ หรือถ้าคุณเป็นจอมหื่น แต่เค้าไม่ชีกอแถมยังไม่ปึ๋งปั๋งปรู๊ดปร๊าด ก็ยากที่จะไปกันได้ดี เฮ้อ! มีรักทั้งทีก็กลับมีเรื่องเซ็กซ์มาขวางซะได้ 9. การวางแผนครอบครัวก่อนไหม? เอ๊ะ ถ้าร่วมหัวจมท้ายกันไป เราจะรีบมีลูกหรือชะลอไว้ก่อน เมื่อไหร่ที่พร้อมในด้านทรัพย์สมบัติค่อยเลิกคุมกำเนิดก็ได้นี่ ของพรรค์นี้ถ้าคุยกันอย่างเปิดใจก่อนก็น่าจะดี ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวคงได้ทะเลาะกันจนต้องเลิกราไปตามกรรมใครกรรมมันหรอก 10. การสมรส ถึงเวลาหรือยังที่ควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาซะที แล้วคนที่คุณคบอยู่ตอนนี้เค้าเป็นคนที่ใช่แน่แล้วเหรอ? คุณมองเค้าแล้วเห็นอนาคตร่วมกันหรือเปล่า? ไม่ใช่ มองเห็นแต่ความว่างเปล่า หรือเต็มไปด้วยความไม่ พร้อมของทั้งคู่ ทั้งสองพร้อมจะรักและให้อภัยในความถูกมั่งผิดมั่งของกันและกันจริงนะ ถ้าในเมื่อยังมีสิทธิ์ที่จะเลือกได้อยู่ ก็ขอให้เลือกด้วยหัวใจและใช้สมองติ๊ดนึง ขืนเบื่อกันทีหลังล่ะน่าดูนะโว้ย..
August 11 T_T
เธอเป็นมากกว่ารัก เพราะเธอนั้นคือครึ่งชีวิต ฉัน . . . ใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อตามหาและรอคอยเธอมาแสนนาน และสุดท้ายก็เจอ ว่าเธอคือทุกอย่าง ที่เติมเต็มหัวใจ . . . จากนี้ทุกลมหายใจฉันคือ เธอ
August 01 พจนานุกรมหัวใจ !!!
ใครเป็นคนคิด . . . แล้วคิดได้ไงเนี่ย!?
July 15 คำนิยามของคำว่า...ผู้ชาย
1. ผู้ชายก้อเหมือนกาแฟ : กาแฟที่ดีที่สุดจะแพง(รวย), นุ่มลิ้น(อบอุ่น), เม็ดสวย(แข็งแรง), และทำคุณตาสว่างไปตลอดคืน 2. ผู้ชายก้อเหมือนโฆษณา : คำพูดน่ะเชื่อมะค่อยได้หรอก 3. ผู้ชายก้อเหมือนคอมพิวเตอร์ : ยากที่จะเข้าใจ แล้วก้อมะเคยมีหน่วยความจำเพียงพอ 4. ผู้ชายก้อเหมือนตู้เย็น : ที่เต็มไปด้วยเบียร์ แล้วคุณก้อสามารถดื่มมันได้ทุกครั้งที่กระหาย 5. ผู้ชายก้อเหมือนเครื่องถ่ายสำเนา : คุณต้องการให้มันทำสำเนา(ปั๊มลูก) มันก้อทำได้อย่างเดียวแค่นั้นน่ะแหละ 6. ผู้ชายก้อเหมือนกล้วย : ยิ่งมันแก่เท่าไหร่มันก้อยิ่งนุ่มนิ่มเท่านั้น 7. ผู้ชายก้อเหมือนบัญชีธนาคาร : ถ้าไม่มีเงินมากมาย มันก้อมะให้ดอกเบี้ย(ความสนใจ) 8. ผู้ชายก้อเหมือนพายุหิมะ : คุณมะมีทางรู้ได้เลยว่าเขาจะมาเมื่อไหร่ จะอยู่นานแค่ไหน หรือแม้แต่จะหนักหนาขนาดไหน 9. ผู้ชายก้อเหมือนวันหยุด : ที่ดูยังไงก้อมะมีทางยาวเพียงพอ 10. ผู้ชายก้อเหมือนประชาธิปไตย : ใช้เวลานานกว่าจะโตเต็มที่ 11. ผู้ชายก้อเหมือนส้นสูง : ง่ายที่จะใช้มัน หากคุณยังสามารถทรงตัว(เกาะ) ได้อยู่ 12. ผู้ชายก้อเหมือนดวงชะตา : ที่จะบอกคุณล่วงหน้าว่าควรจะทำยังไงแล้วผลลัพธ์ก้อมักจะผิดเสมอด้วยสิ 13. ผู้ชายก้อเหมือนสภาพดินฟ้าอากาศ : มะมีอะไรสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ 14. ผู้ชายก้อเหมือนช็อคโกแลต : หวานนุ่มลิ้นแล้วก้อมาโผล่ที่เอวคุณอย่างเดียว 15. ผู้ชายก้อเหมือนมาสคาร่า : พวกมันกระจายทุกที่ที่คุณขยับน่ะแหล่ะ 16. ผู้ชายก้อเหมือนมินิสเกิร์ต : ถ้าคุณมะระวัง มันจะค่อยๆเลื่อนขึ้นไปบนขาอ่อน 17. ผู้ชายก้อเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป : อยู่แต่ในน้ำร้อนๆ รสชาติมะได้เรื่อง ต้องเติมเครื่องปรุงถึงจะพอกินได้ 18. ผู้ชายก้อเหมือนที่จอดรถ : ไอ้ที่ดีๆ ก้อมีคนจอดไปแล้ว ที่เหลืออยู่ก้อมักจะแคบเกินไป หรือเสี่ยงกับการถูกชน
►► ► ข้อความนี้มะได้ต้องการพาดพิงถึงใครนะเจ้าคะ เพื่อนๆคนไหนมีความคิดเห็นยังไงก้อบอกกันบ้างนะจ๊ะ ◄◄◄ July 03 ไม่ต้องรักฉันทุกๆความหวังดีที่ให้ไป ไม่หวังอะไรตอบแทน
☠ ไม่ต้องรักฉัน แค่ขอให้ฉันได้รักเธอ
และไม่ว่ามันจะนานสักเท่าไร จะนานสักเพียงไหน
หัวใจของฉัน ~ จะรักเธอไม่เปลี่ยน
•:*´¨`*:•.☆۩ ۞ ۩ ۩ ۞ ۩☆•:*´¨`*:•. May 23 ~~~วันนี้มันเป็นวันไรฟะเนี่ยเจ็บตัวทั้งวันเลย ทั้งเจ็บมาก เจ็บน้อย เริ่มแรกเลยเช้ามาก็เตะเหล็กเล็บเปิดแต่เช้าเลย สายหน่อยรีดผ้าก็โดนเตารีดอีก พอรีดผ้าเสร็จลงมาข้างล่างแม่ก็บอกว่า ต่อไปนี้ห้ามขับรถคนอื่นเด็ดขาดเลยนะ เอ๊ะ!!! เราก็เริ่มแปลกใจแระว่าทำไมอยู่ๆ แม่มาทักแบบนี้ คือเรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่ามีคนเค้าฝันว่าแอมกำลังจะขับรถแล้วทีนี้เกียร์มันค้างแล้วรถจะพุ่งไปชนเค้าๆ เห็นท่าไม่ดีก็เลยหลบก่อนปรากฏว่ารถมันพุ่งเข้าดงกล้วยแล้วก็ชนคนตายด้วยเค้าก็มาเล่าให้แม่ฟังว่า แล้วคนที่บอกเนี่ยฝันตอนกลางวัน ฝันบ่อย แล้วทุกครั้งก็มักจะเป็นเรื่องจริงซะด้วยสิ แระก็รู้สึกว่าช่วงเนี่ยต้องระวังตัวมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเรื่องไรก็ตาม {{อัพย้อนหลัง}} มะวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้จัดสัมมนาประชาสัมพันธ์ เรื่อง “ยุทธศาสตร์การปะชาสัมพันธ์ ยุค 2007” เวลาสัมมนาบ่ายโมงถึงบ่ายสาม ก้อไปถึงห้องประชุมประมาณ 11 โมงกว่าๆ พอไปถึงก็ปรากฏว่ามีสมาชิกบางส่วนจัดโต๊ะไว้สำหรับประชุมเรียบร้อยแล้ว ก็เลยไปกินข้าวกับเพื่อนเพราะเด่วบ่ายโมงจะต้องสัมมนาแล้วไง พอกินข้าวเสร็จก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสูท (เรียบร้อยอ่ะ) พอเข้าห้องมาเราก้อมองหาที่นั่งของเราอ่ะนะ ปรากฏว่าเราต้องพูดเป็นคนที่ 4 (กำแล้วตู) เครียดสิคับเพ่น้อง ยังมะทันจะได้ตั้งตัวเล....ย อาจารย์ก้อเดินมาข้างหลังแล้วบอกว่า” แอมเดี๋ยวเธอเป็นพิธีกรด้วยนะ” โคตรกำเลยเจงๆ แล้วทำไมจารย์ไม่บอกล่วงหน้าอ่ะว่าจะให้เป็นพิธีกรจะได้เตรียมตัวเตรียมใจ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี สรุปแล้วใช้เวลาในการสัมมนาไป 5 ชั่วโมงอ่ะ แต่จริงๆแล้วอาจารย์ให้เวลาในการสัมมนาคนละ 20 นาที ทั้งหมด 13 คน
หลังจากสัมมนาเสร็จก็ช่วยๆกันเก็บของ เพราะจะต้องไปถ่ายรูปติดบัตรต่อ อาทิตย์ที่ 27 นี้ก็เป็นอาทิตย์สุดท้ายที่จะต้องส่งเรื่องขอจบ แล้วอีกอย่างวันที่ 26-27 พค.ก็มะว่างด้วยเพราะต้องจัดโครงการต่ออีก สรุปว่าวันนั้นก็กลับถึงบ้าน 2 ทุ่มครึ่งพอดีเป๊ะ แล้วก็เป็นครั้งในชีวิตนะเนี่ยที่กลับถึงบ้านดึกโดยที่ไม่ได้ไปกับพ่อแม่ะอ่ะ ◌◌◌
ÿ คืนวันอาทิตย์ตอนก่อนจะนอนมีความรู้สึกว่าปวดหัวนิดๆ ก็คิดว่านอนหลับตื่นมาก็คงหายมั๊ง แต่มันไม่งั้นอ่ะดิตื่นเช้ามามันก็ยังไม่หายมิหนำซ้ำยิ่งปวดหนักกว่าเดิมอีก ปวดตาข้างซ้าย แล้วก็ปวดหัวข้างซ้าย กินยาก็แล้ว นอนพักก็แล้วก็ยังมะหายอีก เช้าวันรุ่งขึ้นก็เลยบอกป๊าว่ายังมะหายปวดหัวแล้วก็ให้ป๊าเปลี่ยนยาให้ใหม่แรงขึ้นกว่าเดิม ก็ดีขึ้นมาหน่อยแต่ก็ยังมะหายปวดซะทีเดียวหรอกĬ May 08 ^^ HBD To Me^^
May 04 เครียดโว้ย
April 18 ≦ ระหว่างเราคืออะไร ≧. . . ฉันก็ไม่รู้ระหว่างเราคืออะไร มันคืออะไรที่เธอคิดกับฉัน คนที่สนใจหรือเล่นๆ ไป ทำแบบไหนที่เราจะคบกัน หรือต้องให้ฉันแค่แอบมีเธอในใจ แค่นี้ใช่ไหมที่เธอคิดกับฉัน บอกกับฉันที ฉันไม่เข้าใจ ระหว่างเรามันควรเป็นเช่นไร ไม่รู้เลย แล้วนี่ชั้นเป็นอะไร มันเกิดอะไรกับชีวิตฉันหรอ หรือว่าชั้นไม่รักตัวชั้นเอง มันถึงไม่มีใครรักฉันจริงเลยสักคน หรือว่ามันยังไม่ถึงเวลาอย่างที่มันควรจะเป็น ได้โปรดเถอะนะ . . . อย่าหลอกกันเลย จะได้มั๊ย เส้าจัย เจง เจง เล้ย !!! April 11 ╰⊰✿อย่าคิดว่า·۰•● ฉันไม่มีหัวใจ✿⊱╮รัก . . . มักทำให้คนเราเสียใจอยู่เสมอหรอ ??? สำหรับคนอื่นนั้น . . . คำตอบจะเป็นอย่างไร ขั้นไม่รู้ ชั้นรู้เพียงแต่ว่า . . . รัก . . . มันทำให้ชั้นเสียใจ ตลอดเวลา ก้ออาจจะมีบางเวลาที่ . . . มีความสุข แต่ . . . มันคงเป็นเพียงแค่เสี้ยวนาที . . . หรือ . . . เศษเสี้ยวของวินาทีเท่านั้น รู้สึกเหนื่อย และท้อเหลือเกิน กับรักที่เป็นอยู่ตอนนี้ ถามว่า . . . มีความสุขไหม . . . ตอบได้เลยนะว่า . . . มี (บ้าง) ชั้นมีความสุขทุกครั้ง . . . ที่เจอเทอ คุยกับเทอ คิดถึงเทอ แต่เทอซิ . . . เคยนึกถึงหัวใจ . . . และความรู้สึกของชั้นบ้างมั๊ย ทุกครั้ง . . . ทุกครั้ง . . . ที่เทอมีเค้าอยู่ข้างกาย ทุกครั้ง . . . ที่เทอกอดเค้า ทุกครั้ง . . . ที่เทอพูดถึงเค้า รู้มั๊ย . . . ชั้นคนนี้เจ็บปวด และทรมานมากแค่ไหน ชั้นอยากให้เทอได้รับรู้ . . . ถึงความรู้สึกนี้บ้าง เผื่อเทอจะได้ . . . สงสารชั้น แต่มันก้อเท่านั้นแหละ . . . เพราะชั้นไม่มีทางเลือก . . . ไม่มีแม้กระทั่งที่ไป ตกอยู่ในวังวนนี้ . . . หนียังไง . . . ก้อหนีไม่พ้น พยายามที่จะหยุดรักเทอ แต่ . . . ก้อทำไม่ได้เลย ชั้นถึงได้เจ็บปวด . . . อยู่อย่างนี้ เรื่อยไป ชั้นเชื่อว่า . . . คงมีสักวันที่ . . .ชั้นจะหยุดรักเทอได้ ชั้นจะทำให้ได้ . . . ช้นไม่อยากอยู่ในสภาพนี้หรอกนะ นึกถึงคน . . . คนนี้ . . . ที่รักเทอบ้างนะ . . . และโปรดอย่าคิดว่า . . . ชั้นไม่มีหัวใจ . . . April 05 ::คนพิเศษ::คนบางคน รอวันพิเศษ เพื่อคนพิเศษ
คนบางคน รอคอยคนพิเศษ เพื่อที่จะมีวันพิเศษ
คนบางคน รอคอยให้คืนวันผ่านไป . . .
โดยไม่แม้แต่จะบอกคนพิเศษว่าเป็นเขา
รัก . . . อาจจะเป็นคำพิเศษ อย่ารอคอยที่จะใช่ในวันที่พิเศษ
บอกคนพิเศษว่า . . . เพราะเขา ทำให้ทุกวันเป็นวันที่พิเศษ
และวันแห่งความรักไม่ได้มีวันเดียว . . .
April 04 สุดท้ายของความรัก..เราคือผู้ให้หรือผู้รับมีใครบางคนบอกว่า . . .
ในความรักของคนสองคน สุดท้ายเวลาที่เลิกกัน เราจะรู้ว่าใครคือผู้ให้และใครคือผู้รับ ผู้ให้ คือ คนที่หยิบยื่นความเจ็บปวดให้อีกฝ่าย จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่เขาได้ให้มันไปแล้ว ผู้รับ คือ คนที่ยอมรับความเจ็บปวดนั้นมา โดยที่ไม่อยากได้มันเลยแม้แต่น้อย . . . แต่ก็ต้องรับมัน ความหมายแบบนี้ ไม่มีใครอยากเป็นผู้รับแน่นอน และบางคนคงไม่อยากจะเป็นผู้ให้เหมือนกัน . . . เพราะกลัวว่าสักวันอาจจะเปลี่ยนมาเป็นผู้รับบ้าง ใครคนนนั้นบอกอีกว่า บางสิ่งที่เขาหยิบยื่นให้ คนรับ . . . เต็มใจรับมันเสียด้วย บางคนรับมันมา รู้ว่าหนัก วางมันลง เพราะกลัวเหนื่อย บางคนรับมัน แบกไว้จนหนัก เหนื่อย ถึงวางมันลง บางคน รู้ว่าหนัก กลับยิ่งแบก รับมันเพิ่ม มันยิ่งหนัก ก็ยิ่งเหนื่อย แต่ไม่วางมันลง มันขึ้นอยู่กับว่าคนรับตั้งใจจะเก็บ จะแบกมันไว้กับตัวนานแค่ไหน ความทุกข์ ความเสียใจ ความผิดหวัง ความเจ็บปวด เราจะวางมันลง . . . ครั้งเดียวทีเดียวเลย คงไม่ได้และไม่ง่าย . . . แต่เมื่อไร . . . ที่รู้สึกว่าแบกมันไว้ จนหลังไหล่ลู่ล้า อ่อนแรงไปหมด ขอแค่ค่อยๆ วางมันลงทีละนิด ทีละนิด เท่าที่จะวางได้เป็นพอ . . . สักวัน . . . มันจะเบาบาง ผ่อนคลายความหนักหน่วงนั้นเอง ตามกาลเวลา. . .แม้อาจจะไม่มีวันหมด เลยก็ตาม . . . แต่ยังไง . . . ก็ดีกว่าจะเก็บมันไว้แบบนั้น . . . ตลอดไป
|
|
|